ข้อเท็จจริงอันน่าทึ่งของบอร์ดเกมคลาสสิค

บอร์ดเกมวัยเด็กที่เราชื่นชอบหลายๆ เกมสร้างขึ้นมาในรูปแบบแฟนตาซีอย่างดินแดนกระต่ายน้อยและสายรุ้ง  ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วเกมจะมีตัวหมากหลากสีไว้เดินบนกระดานที่ตั้งใจออกแบบมาให้สมาชิกครอบครัวได้ใช้เวลาสร้างสรรค์ร่วมกันในยุคก่อนวิดีโอเกม  อย่างไรก็ตาม บอร์ดเกมคลาสสิคหลายๆ เกมมีต้นกำเนิดที่มีส่วนประกอบของความมืดมนในชีวิตหรือวีรกรรมหาญกล้าจนทำให้เราประหลาดใจได้มากทีเดียว

เดอะเกมออฟไลฟ์​ (The Game of Life) การฆ่าตัวตาย ความยากจน และการล้มละลาย

เดอะเกมออฟไลฟ์​ (The Game of Life) เวอร์ชั่นปัจจุบันที่ึเราอาจเคยได้ยินชื่อหรือเคยลองเล่นกันมาบ้าง เป็นเกมในธีมการเดินทางของชีวิต โดยมีเป้าหมายเพื่อกลายเป็นมหาเศรษฐี และได้ดำเนินชีวิตตามแบบความฝันของอเมริกันชน (American Dream) เกมนี้เป็นปาร์ตี้เกมที่น่าหลงใหล  ซึ่งเปิดโอกาสให้ครอบครัวและกลุ่มเพื่อนในทุกมุมโลกได้แชร์ประสบการณ์ ผ่านสถานการณ์จำลองของแต่ละบุคคลในทุกช่วงของชีวิต จากวัยเรียน วัยทำงาน แต่งงานและอาจมีลูก จนถึงการใช้ชีวิตวัยเกษียณ

แต่การเดินทางของชีวิตก็ไม่ได้เป็นเช่นนี้เสมอไป เกมนี้มีอายุมากกว่า 150 ปีและยังมีรูปแบบที่แตกต่างออกไปมากจากเวอร์ชั่นปัจจุบัน  เป้าหมายของเกมไม่ใช่การเป็นมหาเศรษฐีหรือดำเนินชีวิตตามความฝันแบบอเมริกันชน แต่กลับเป็นเพียงแต่การใช้ชีวิตให้ดีที่สุดเท่านั้น ดังนั้น เกมจึงค่อนข้างจะเหมือนจริงมาก โดยประกอบด้วยความเสี่ยงจากความสิ้นหวังหรือหดหู่จากเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันหลายๆ อย่างที่มนุษย์มีแนวโน้มที่จะต้องเผชิญในชีวิต อย่าง “อาชญากรรม” “การล้มละลาย” “ความยากจน” หรือ “การฆ่าตัวตาย”

เกมนี้สร้างขึ้นในปี 1860 โดยมิลตัน แบรดเลย์ ซึ่งกำลังประสบปัญหาชีวิตอันหนักหน่วงระหว่างที่เขาสร้างเกมอันโด่งดังนี้ขึ้น แบรดเลย์เป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในอุตสาหกรรมการพิมพ์ โดยเขาเป็นเจ้าของเครื่องพิมพ์​ลิโธกราฟี (Lithography Machine) หนึ่งในไม่กี่รายในรัฐแมสซาชูเซตส์ (Massachusetts)

อย่างไรก็ตาม ในปี 1860 เขาประสบปัญหาอย่างหนักหน่วงซึ่งเกือบทำให้เขาล้มละลาย หลังจากที่พิมพ์ภาพเหมือนของอับราฮัม ลินคอล์น (Abraham Lincoln) ไร้หนวดเครามากกว่าหนึ่งพันภาพ ในช่วงระหว่างการเสนอชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดี ซึ่งโชคไม่ดีที่ลินคอล์นหันมาไว้หนวดเคราในช่วงเวลาเดียวกันส่งผลให้ภาพดังกล่าวขายไม่ได้ หลังจากที่ผ่านพ้นช่วงเวลาอันเลวร้ายและเลิกติดเหล้า เขาก็เริ่มสร้างสรรค์เดอะเกมออฟไลฟ์ (The Game of Life) ขึ้นมา

เกมคล(Clue) หรือเกมนักสืบ เกมที่เล่นเพื่อฆ่าเวลาในหลุมหลบภัย

เกมคลู (Clue) หรือเกมนักสืบสุดคลาสสิคเป็นอีกหนึ่งปาร์ตี้เกมที่ผู้เล่นรับบทเป็นนักสืบเพื่อหาเบาะแสของเหตุการณ์ฆาตกรรมที่เกิดขึ้นในคฤหาสน์แห่งหนึ่งที่มีผู้ต้องสงสัย 6 คน รวมถึงตัวผู้เล่นเองด้วย ภารกิจหลักของผู้เล่นคือค้นหาและชี้ตัวฆาตกร ห้องเกิดเหตุและอาวุธที่่ใช้ที่ในคดีนี้  ผู้ปกครองบางคนคิดว่าเกมนี้เหมาะสำหรับให้เด็กๆ เล่นเพื่อฝึกทักษะการสืบสวน ซึ่งอันที่จริง เกมนี้มีธีมและเนื้อหาที่มืดมน เช่น อาวุธของฆาตกรบางอย่างก็ใช้เพื่อระเบิดสมองของเหยื่อจนกระจายเต็มพื้นห้องคฤหาสน์เลยทีเดียว

 เกมนี้ต่างจากเกมอื่นๆ ที่สร้างขึ้นเพื่อไว้เล่นในวันอากาศแจ่มใสและมีแดดออก เพราะเกมนี้ออกแบบมาเพื่อใช้เล่นฆ่าเวลาระหว่างช่วงการทิ้งระเบิดของนาซี โดยแอนโทนี่ อี แพรต (Anthony E. Pratt) สร้างเกมนี้ขึ้นในปี 1944 ในชื่อว่า “เมอร์เดอร์ (Murder) หรือเกมฆาตกรรม” เขาตั้งใจให้ใช้เป็นเกมเพื่อเล่นในช่วงเวลาอันยาวนานที่ต้องอาศัยในหลุมหลบภัยและหวังว่าจะมีชีวิตรอดจากการทิ้งระเบิดในประเทศอังกฤษระหว่างสงครามโลกครั้งที่  2

 เกมโมโนโพลี่  (Monopoly) หรือเกมเศรษฐี เกมที่ถูกบิดเบือน

 

เกมโมโนโพลี่  (Monopoly) หรือเกมเศรษฐีเป็นเกมกระดานที่ผู้เล่นทอยลูกเต๋าเพื่อเดินตัวหมากไปรอบๆ พร้อมกับซื้อขายที่ดินซึ่งพัฒนาเป็นบ้านหรือโรงแรมได้ ผู้เล่นได้รับเงินค่าเช่าจากผู้เล่นคนอื่นซึ่งบังเอิญเดินตัวหมากมาหยุดบนที่ดินของตน เป้าหมายของเกมนี้คือการทำให้ผู้เล่นคนอื่นล้มละลาย เกมนี้หนึ่งในเกมยอดนิยมตลอดกาลของโลก โดยจำหน่ายไปแล้วกว่า 275 ล้านกล่องใน 43 ภาษาและ 111 ประเทศ และมีผู้เล่นเกมนี้กว่าพันล้านคน พี่น้องตระกูลปาร์คเกอร์ (Parker Brothers) นำเกมนี้ออกจำหน่ายครั้งแรกในปี 1935 โดยจากข้อมูลที่เป็นทางการของฮาสโปร (Hasbro) บริษัทผลิตและขายเกมและของเล่นสัญชาติอเมริกันซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เกมนี้เผยว่า ชื่อของเกมตั้งขึ้นตามแนวคิดทางเศรษฐศาสตร์แบบตลาดผูกขาดหรือโมโนโพลี่  (Monopoly) ซึ่งมีผู้ผลิตหรือผู้ให้บริการเพียงรายเดียวและเป็นผู้มีอำนาจเหนือตลาด (Dominant Market)

พี่น้องตระกูลปาร์คเกอร์ (Parker Brothers) ได้ซื้อลิขสิทธิ์เกมนี้ในปี 1934 จากชาลส์ แดร์โรว์ (Charles Darrow) ผู้ซึ่งเป็นเซลส์แมนตกงานในเวลาดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม มีข้อกังขาเกิดขึ้นว่าแท้จริงแล้วใครเป็นคิดค้นเกมนี้ขึ้นเป็นคนแรก  โดยหลายปีหลังจากที่เกมนี้ออกขาย มีการเปิดเผยข้อเท็จจริงว่า เกมโมโนโพลี่ (Monopoly) ได้ถูกสร้างขึ้นมาก่อนหน้านั้นในชื่อเดอะแลนด์ลอร์ดเกม (The Landlord’s Game) โดยอลิธซาเบธ  เม็กกี้ (Elizabeth Maggie) ซึ่งขายลิขสิทธิ์เกมของเธอให้แก่แดร์โรว์ไปในราคา 500 ดอลล่าร์​

เดอะแลนด์ลอร์ดเกม (The Landlord’s Game) เป็นเกมที่มีความคล้ายคลึงกับเกมโมโนโพลี่ (Monopoly) เว้นแต่ว่า ไม่มีส่วนประกอบสำคัญที่ออกแบบมาเพื่อสอนเกี่ยวกับความไม่ยุติธรรมของระบบผูกขาด ความตั้งใจแรกในการสร้างเกมนี้ คือเป็นบทเรียนเพื่อสอนให้รู้ถึงความอยุติธรรมในธุรกิจว่าเป็นอย่างไร และส่งผลเสียอย่างไรต่อชีวิตของผู้อื่น

เกมบันไดงู (Snakes and Ladders)บันไดสู่นรกหรือสวรรค์ 

บอร์ดเกมสุดฮิตในหมู่เด็กเล็กอย่างเกมบันไดงู (Snakes and Ladders) ซึ่งเป็นเกมกระดานสี่เหลี่ยมคลาสสิคที่กฎการเล่นง่ายๆ คือ ผู้เล่นแข่งเดินตัวหมากโดยมีองค์ประกอบของโชคดวงจากการทอยลูกเต๋า แนวคิดหลักของเกมคือการให้รางวัลและผลลัพธ์ของการกระทำ โดยบริษัทฮาสโปร (Hasbro) เป็นผู้ถือลิขสิทธิ์ของเกม ซึ่งเกมนี้ถูกคิดค้นขึ้นครั้งแรกในอินเดียและมีการปรับเปลี่ยนบางอย่างเมื่อนำมาเล่นในอังกฤษ

เกมบันไดงู (Snakes and Ladders) มีต้นกำเนิดในอินเดียในชื่อว่า Moksha Patam ซึ่งเกี่ยวข้องกับหลักคำสอนของศาสนาฮินดูที่เป็นคู่ตรงข้ามกัน คือ กรรม (karma) และกาม (kama)  เกมนี้นำหลักศาสนามาใช้เพื่อเป็นเครื่องมือในการสอนผลของการกระทำดีและชั่ว กระดานจะมีรูปสัญลักษณ์ของเทพพระเจ้า นางฟ้า สัตว์ ดอกไม้และมนุษย์​ โดยบันไดจะหมายถึงคุณธรรม เช่น ความเอื้อเฟื้อและความศรัทธา ส่วนงูจะเป็นตัวแทนความชั่วร้ายต่างๆ เช่น กามตัณหา โทสะ การฆ่าและลักขโมย เป็นต้น จำนวนบันไดในเกมยุคโบราณจะน้อยกว่าจำนวนงูเพื่อเป็นเครื่องเตือนใจว่าวิถีแห่งความดีมีความยากลำบากมากกว่าเส้นทางแห่งบาป ที่สำคัญคือ ถ้าตัวหมากของผู้เล่นไปหยุดที่หัวของงู จะไม่เพียงแต่ต้องเดินกลับหลัง 2-3 ช่องเท่านั้น แต่เป็นการสอนว่าหากผู้เล่นพบเจอสิ่งยั่วยุให้ทำบาปในช่องใด ผู้เล่นจะยังคงต้องเวียนว่ายตายเกิดต่อไปและห่างจากการบรรลุถึงความสงบที่แท้จริง