หลายคนสงสัยว่าทำไมผมถึงหันมาเล่นบอร์ดเกมหรือเกมกระดานอย่างเมามัน แล้วมันมีประโยชน์อะไรนอกจากความสนุกสนาน

ส่วนตัวผมเป็นคนที่ชอบเล่นไอ้เจ้าเกมกระดานหรือบอร์ดเกมนี่มาตั้งแต่เด็ก สมัยเด็ก ๆ จะได้เล่นเกมเศรษฐี, Scrabble, เกมรถถังประจัญบาน (คล้ายกับเกม Stratego) พอสมัยมัธยมต้นก็จับกลุ่มกับเพื่อนเล่นหมากรุกทั้ง Othello หมากรุกไทย หมากรุกฝรั่ง หมากรุกจีน และหมากรุกญี่ปุ่น (Shogi) ถึงขั้นขวนขวายไปหาซื้อหมากรุกญี่ปุ่นมาจากห้างไทยไดมารู ราชดำริ พอโตขึ้นเข้ามหาวิทยาลัยเพื่อน ๆ ก็เอา Risk, Uno มาเล่นกันรวมถึงเกมยอดฮิตที่นิสิตชอบเล่นกันทั้งไพ่จับหมูและเลี๊ยบตุ่ย

ผมกลับมาสนใจเกมกระดานอีกครั้งตอนที่มีลูกแล้ว พยายามสรรหาบอร์ดเกมมาให้ลูกเล่นอยู่หลายปี ทุกครั้งที่ไปเดิน Toys ‘R’ Us ก็จะเดินตรงรี่เข้าบริเวณที่ขายบอร์ดเกม แต่ก็จะไม่ค่อยเจออะไรเท่าไหร่นัก ที่ได้มาเล่นกับลูกก็มีพวก Zingo, Blockus เท่านั้น ต่อมาก็ไปได้ Mancula หรือที่เราเรียกกันว่าหมากขุม มาเล่นกับลูก ๆ  จนกระทั่งเมื่อประมาณ 2 ปีกว่าที่ผ่านมามีคนแนะนำให้รู้จักร้านบอร์ดเกม จึงชวนลูก ๆ ไปเล่นกัน สิ่งที่ได้มาพร้อมกับความสนุกสนานในการเล่นบอร์ดเกมก็คือกระบวนการเรียนรู้ จริง ๆ แล้วการเล่นบอร์ดเกมก็คือการเรียนรู้ ประเทศที่เล่นบอร์ดเกมมาก ๆ ก็คือเยอรมัน จนมีการแจกรางวัลเกมยอดเยี่ยม Spiel Des Jahres แล้วก็ที่ US ที่มีการจัดงาน Gen Con ทุกปี อีกประเทศที่น่าจะเล่นกันเยอะก็คือญี่ปุ่น เพราะมีเกมสัญชาตินี้ออกมาหลากหลายเช่น Hanabi, Shogun, Sudoku, Yokohama หรือพวกเกมไพ่ต่าง ๆ เช่น Vanguard ผมคิดเอาเองว่าคงจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนจากชาติเหล่านี้โดยเฉลี่ยมีความสามารถเก่งกว่าชาติอื่น ๆ

เล่าย้อนมาถึงการเรียนรู้นิดนึง ตอนที่ให้ลูกมาเรียนที่โรงเรียนแนวทางเลือกนั้น ที่โรงเรียนมักจะจัดอบรมผู้ปกครองอยู่บ่อยครั้ง สิ่งหนึ่งที่โรงเรียนสอนและผมจดจำได้คือการเรียนรู้เกิดขึ้นได้เสมอแม้ไม่ได้อยู่ในห้องเรียน ที่โรงเรียนนี้ตอนลูก ๆ อยู่ชั้นอนุบาลครูจะให้เด็ก ๆ โหนบาร์ แทนการฝึกเขียนหนังสือ เพราะการโหนบาร์คือการสร้างกล้ามเนื้อมัดเล็กที่มือ เพื่อที่จะมีความแข็งแรงพอที่จะจับดินสอเขียนหนังสือได้นาน ๆ แล้วยังสนุกกว่าการเริ่มต้นหัดเขียนตอนที่มือยังไม่แข็งแรง สำหรับเด็กแล้วการโหนบาร์ก็คือเป็นการเรียนรู้ที่สนุกกว่านั่งเฉย ๆ หยิบดินสอมาคัด ก.ไก่ ข.ไข่ แล้วผลลัพธ์ก็ใกล้เคียงกัน

ผมมองการเล่นบอร์ดเกมเป็นเสมือนการเรียนรู้อย่างหนึ่ง เป็นการให้อาหารสมองที่มาพร้อมกับความสนุกสนาน การเสียเงินซื้อบอร์ดเกมหนึ่งกล่องราคาพอ ๆ กับไปกินข้าวนอกบ้านกับครอบครัวหนึ่งมื้อ แต่บอร์ดเกมได้ประโยชน์กว่ามากมายยังเก็บไว้เล่นได้อีกหลายครั้งแถมยังได้ใช้เวลาร่วมกันในครอบครัวอีกด้วย ยิ่งมีร้านบอร์ดเกมทำให้เราได้ไปลองเล่นดูก่อนว่าเราชอบเกมไหนมากกว่ากัน สนนราคาก็ไม่แพงคิดเป็นรายชั่วโมงพร้อมกับมี game master มาอธิบายวิธีเล่นให้ฟัง ทำให้มีโอกาสได้เล่นเกมใหม่ ๆ ที่ยังไม่เคยเล่นมาก่อน

เมื่อผมหันมาสนใจบอร์ดเกมมากขึ้น ก็เริ่มเห็นว่าเกมแต่ละเกมนั้นมี mechanic หรือกลไกการเล่นที่แตกต่างกันไป ไม่เหมือนเกมสมัยก่อนที่ใช้การทอยลูกเต๋า (Dice Rolling) หรือการจั่วการ์ด  (Card Drafting) ซึ่งอาศัยโชคพอสมควร ปัจจุบันมีการพัฒนากลไกการเล่นมากมาย รวมถึงการพัฒนากลไกเดิม ๆ อย่าง Dice Rolling หรือ Card Drafting ให้ใช้โชคน้อยลง ให้ได้ใช้ความคิดมากขึ้น

ตัวอย่างของกลไกของบอร์ดเกมสมัยใหม่เช่น

– area control, network building คือการวางแผนครอบครองพื้นที่ ต้องใช้การคิดล่วงหน้า วางแผนระยะสั้น ระยะยาว

– action programming ทำให้เห็นว่าการวางการเดินหมากทีละตา ต้องอ่านเกมว่าผู้เล่นอื่นจะทำอะไรต่อไป เราควรทำอะไรก่อน/หลัง

– push your luck คือการจัดการความเสี่ยง เลือกว่าจะทำหรือไม่ทำ เมื่อเปรียบเทียบกับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น

– worker placement คือการวางแผนจัดการทรัพยากรที่มีจำกัดให้มีประสิทธิภาพที่สุด

– co-operative คือการเล่นเกมแบบช่วยกัน

ยังมีกลไกอื่น ๆ อีกหลายอย่างที่ไม่ได้พูดถึง พวกกลไกเหล่านี้เป็นการฝึกฝนตัวเองไม่ต่างอะไรกับการเข้าอบรม 7-Habit ดังนั้นแทนที่จะไปเข้าสัมมนา 7-Habit แล้วก็ออกมาทำทุกอย่างเหมือนเดิม เก็บแฟ้มที่ได้จากสัมมนาเข้าชั้นหนังสือ เราเปลี่ยนเป็นเล่นเกมทุก ๆ วัน ก็น่าจะสามารถเรียนรู้แบบให้มันซึมซับเข้าไปช้า ๆ ผ่านการเล่นเกมที่ผสมกับความสนุกสนานเข้าไปด้วยได้ นอกจาก 7-Habit ก็ยังมีประโยชน์อื่น ๆ อีกเช่น การเล่นบอร์ดเกมทำให้เรามองภาพรวมได้ดีขึ้น บางเกมเวลาเล่นต้องคอยดูว่าคนอื่นทำอะไรอยู่ เราจะเดินเกมอย่างไรแล้วจะมีผลกระทบกับเกมโดยรวมอย่างไร และยังมีสิ่งดี ๆ อื่น ๆ แทรกอยู่ในบอร์ดเกมอีก การสอนคนอื่นเล่นบอร์ดเกมก็เป็นทักษะอย่างหนึ่งในการอธิบายความรู้ที่เรามึให้คนอื่นเข้าใจอย่างเป็นระบบ ต้องสรุปว่าเกมนี้มีเนื้อหาแบบไหน เล่นเพื่ออะไร จะชนะได้อย่างไร มีวิธีการอย่างไร นี่ก็เป็นอีกทักษะหนึ่งที่ไม่ได้สร้างกันง่าย ๆ ต้องฝึกฝนบ่อย ๆ เราสามารถใช้บอร์ดเกมเป็นสื่อในการฝึกทักษะเหล่านี้ได้เช่นกัน

แต่การจะเล่นบอร์ดเกมที่บางเกมมีกลไกที่ซับซ้อน เราก็ต้องเริ่มเล่นจากเกมที่ง่าย ๆ ก่อน เหมือนอยากเรียน statistics ก็ต้องบวก ลบ คูณ หาร เลขเป็นก่อน การที่จะให้ลูก ๆ หรือเพื่อน ๆ ชอบเล่นบอร์ดเกม ก็ต้องเริ่มจากบอร์ดเกมที่เน้นความสนุกอย่างพวก party game ก่อน แล้วค่อย ๆ ขยับขึ้นไปเรื่อย ๆ ผมเริ่มจากการเข้าไปดูใน webpage boardgamegeek เลือกเกมที่มีอันดับสูง ๆ ในประเภท “Family Game” เพราะน่าจะทำให้ลูก ๆ สนุก แล้วค่อย ๆ ขยับไปประเภท “Strategy Game” ที่มีความยากขึ้น เริ่มศึกษาว่ากลไกไหนมีประโยชน์อย่างไร แล้วค่อย ๆ หาเกมที่เหมาะสมกับความชอบของเรา